ความชื้นในเนื้อวัสดุไม้แปรผันโดยตรงกับสภาวะอากาศในสภาพแวดล้อมจำเพาะนั้นนั้น เมื่ออุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้ EMC (ค่าจากการคำนวณ) เปลี่ยนไป ซึ่ง EMC นี้จะเป็นดัชนีความผันผวนที่บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของความชื้นในเนื้อไม้ ฉะนั้นต้องเข้าใจว่าไม้มีการแลกเปลี่ยนความชื้นกับสภาพแวดล้อมตลอดเวลา คำว่า “ไม้แห้ง” ไม่ได้แปลว่า “ไม้ไม่เปียก” ใครจะว่าอย่างไรไม่รู้แต่ผมแปลว่า “ไม้ซึ่งมีความชื้นต่ำกว่า FSP และใกล้เคียงกับ EMC เฉลี่ยในสภาพแวดล้อมการทำงาน/การใช้งาน” หมายความว่าอันดับแรกควรจะเตรียมไม้ให้แห้ง หรือ ให้ค่าความชื้นต่ำกว่า FSP และ ใกล้เคียงกับ EMC เฉลี่ย วัสดุไม้นั้นก็จะมีความเสถียรมากขึ้นพร้อมปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนิรันดรในสภาพแวดล้อมนั้นนั้น สถาปนิกและช่างไม้ที่พอจะเข้าใจเรื่องการออกแบบสภาพแวดล้อมอาคารก็อาจออกแบบสภาพแวดล้อมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาวะที่ควบคุมได้ เช่น การระบายอากาศที่ดีลดการสะสมของความชื้นสัมพัทธ์ในสภาพแวดล้อมจำเพาะนั้น เป็นต้น
ความเชื่อที่ว่าไม้เก่าไม่หดขยายตัวนั้นก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องย้อนกลับไปตั้งคำถามว่าอะไรเป็นเงื่อนไขปัจจัยตัวแปรที่ทำให้ไม้หดขยายตัว “ความชื้น” เป็นตัวแปรหลักของสมมติฐานนี้ น้ำและความชื้นในเนื้อไม้อยู่ใน 2 สถานะ คือ free water และ bound water ไม้แห้งหมายความว่า free water ถูกปลดปล่อยไปหมดแล้วคงเหลือแต่ bound water ซึ่ง bound water ที่แฝงฝังอยู่ใน cell ของไม้นี่แหละที่ทำงานให้ไม้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรง ไม้ใหม่กับไม้เก่าอาจมี sensitivity ในการแลกเปลี่ยนความชื้นระหว่างเนื้อไม้กับสภาพแวดล้อมจำเพาะต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากหลายเหตุปัจจัย sensitivity นี้ก็บ่งชี้อัตราการตอบสนองของไม้จากการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรงเนื่องจากการแลกเปลี่ยนความชื้นทำให้ “ดูเสมือน” ไม่เปลี่ยนแปลงเพียงแต่ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจน ยังมีปัจจัยร่วมอื่นอื่นอีกหลายประการทั้งที่ออกแบบควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรงของไม้ เอาเป็นว่าตราบใดที่ในเนื้อไม้ยังมีน้ำและความชื้น ตราบใดที่สภาวะอากาศในสภาพแวดล้อมจำเพาะนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ตราบนั้นน้ำและความชื้นในเนื้อไม้ก็ยังทำงานส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรง more or less ตามเหตุปัจจัยเฉพาะตน
เครื่องมือสำหรับการตรวจวัดความชื้นในเนื้อไม้โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ pin type moisture meter และ pinless type moisture meter โดยแบบ pin type จะมีเข็มจิ้มลงไปในเนื้อไม้ ยิ่งลึกยิ่งแม่นยำแต่การตอกลึกลึกด้วยเครื่องมือที่มีเข็มยาวและแข็งแรงพอจะถูกตอกเข้าไปลึกลึกได้นั้นย่อมทำให้ไม้มีตำหนิ ขณะที่ pinless type ใช้วัดบริเวณผิวสัมผัสซึ่งมีตัวแปรมากมายที่อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนไม่แม่นยำ เช่น ผิวไม่เรียบการสัมผัสก็ไม่สมบูรณ์, stain หรือคราบต่างๆ เป็นต้น เครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งซึ่งจำเป็นไม่น้อยไปกว่ากันคือ อุปกรณ์อ่านค่าอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าความแม่นยำของค่าที่อ่านได้แปรผันตามประสิทธิภาพความแม่นยำ/ความคลาดเคลื่อนและ calibation การสอบวัดค่าความแม่นยำของอุปกรณ์ ซึ่งความแม่นยำนี้ก็แปรผันตามต้นทุน/ราคาของอุปกรณ์ด้วย การใช้อุปกรณ์ราคาไม่สูงในพื้นที่ทำงานภายนอกห้องปฏิบัติการก็ต้องเผื่อค่าความคลาดเคลื่อนไว้ให้มาก
