Category: Woodworking technics
-
Basara-Tsugi รอยต่อเพื่อการซ่อมโคนเสาไม้
Basara-Tsugi เป็นรอยต่อเสาไม้ในวัฒนธรรมการทำงานไม้ของช่างไม้ญี่ปุ่น นิยมใช้เพื่อการซ่อมโคนเสาไม้ วิธีการสร้างรอยต่อแบบ Basara-Tsugi ใช้เดือยรูปหางเหยี่ยวสวมเข้ากับร่องเดือยแล้วเลื่อนในทิศทาง 45 องศาให้ร่องเดือยไหลไปตามบ่าเดือย รอยต่อแบบ Basara-Tsugi นี้สามารถถ่ายน้ำหนักโดยตรงจากเสาส่วนบนถึงโคนเสาได้ดีจากบ่าส่วนบนภายในรอยต่อและช่วยป้องกันการสไลด์ออกจากตำแหน่งเนื่องจากแรงกระทำด้านข้างได้จากร่องหางเหยี่ยว ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
Yakisugi การเผาผิวไม้เพื่อการถนอมรักษาคุณภาพแบบช่างไม้ญี่ปุ่นโบราณ
Yakisugi หรือ Shou Sugi Ban เป็นวิธีการเผาผิวไม้เพื่อการถนอมรักษาคุณภาพไม้ของช่างไม้ญี่ปุ่นโบราณนอกเหนือจากวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงาม ดังนี้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
Incising วิธีการถนอมรักษาคุณภาพไม้
Incising วิธีการถนอมรักษาคุณภาพวัสดุไม้ด้วยสารเคมีโดยการเจาะร่องลึกลงบนผิววัสดุไม้เพื่อช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในระหว่างกระบวนการบำบัดด้วยสารเคมี Chemical treatment ทั้งในขั้นตอน Vacuum โดยดึงน้ำและสารเคมีออกจากเนื้อในส่วนลึกได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นในกระบวนการก่อนและหลังการอัดความดัน และ ในขั้นตอน Pressurize โดยนำสารเคมีแทรกผ่านเข้าไปในเนื้อไม้ผ่านร่อง incising นั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
Nailer องค์ประกอบช่วยเสริมความมั่นคงของระบบพื้นเรือน
Nailer หรือองค์ประกอบไม้รับตะปู เป็นชิ้นไม้ประกับข้างหัวตงเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของแผ่นพื่นไม้บริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นที่หลังตงให้พื้นที่ผิวสัมผัสรับหัวพื้นไม้กว้างขึ้นสามารถรองรับรอยต่อไม้ได้มั่นคงและใช้วัสดุจับยึดได้แข็งแรงมั่นคงขึ้นโดยไม่ทำให้เกิดการปริแตกตามเสี้ยนที่หัวไม้พื้นหรือส่วนของตง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
สูตรการคำนวณปริมาตรไม้แปรรูป
ปริมาตรของไม้แปรรูปในประเทศไทยเพื่อการซื้อขายและการบริหารจัดการวัสดุในการทำงานไม้ใช้หน่วยวัดปริมาตรเป็น ลูกบาศก์ฟุต โดยการคำนวณปริมาตรไม้สักแปรรูป และ ไม้แปรรูปอื่นๆ มีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกันเนื่องจากหน่วยความยาวซึ่งใช้ในการซื้อขาย โดยไม้สักแปรรูปใช้หน่วยความยาวเป็นฟุต(30.48 เซนติเมตร)ในการซื้อขาย และ ไม้แปรรูปอื่นๆใช้หน่วยความยาวศอก(50 เซนติเมตร)ในการซื้อขาย สูตรคำนวณปริมาตรไม้สักแปรรูปปริมาตร(ลูกบาศก์ฟุต) = (ความกว้าง(นิ้ว) x ความหนา(นิ้ว) x ความยาว(ฟุต))/144 สูตรคำนวณปริมาตรไม้แปรรูปอื่นๆปริมาตร(ลูกบาศก์ฟุต) = (ความกว้าง(นิ้ว) x ความหนา(นิ้ว) x ความยาว(เมตร) x 0.0228 ตัวอย่างการคำนวณปริมาตรไม้แปรรูปไม้สักแปรรูปขนาด 4″x2″ ความยาว 10 ฟุตปริมาตร(ลูกบาศก์ฟุต) = (4 x 2 x 10)/144 = 0.5555 ไม้แปรรูปอื่นๆขนาด 4″x2″ ความยาว 3 เมตรปริมาตร(ลูกบาศก์ฟุต) = 4 x 2 x 3 x 0.0228 = 0.5472
-
Actual size และ Nominal size สำหรับไม้แปรรูป
ขนาดของไม้แปรรูปในวัฒนธรรมการซื้อขายไม้และการทำงานไม้ในประเทศไทยซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจสำหรับการทำงานไม้ จำแนกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ขนาด actual size ของไม้สักแปรรูป และ ไม้แปรรูปประเภทอื่นๆ จากขนาด nominal size เท่ากันอาจมีขนาดไม่เท่ากัน เนื่องจากการไสแต่งขนาดต่างกัน ไม้สักมีมูลค่าสูงและธรรมชาติของไม้สักมีลำต้นค่อนข้างตรง เสี้ยนละเอียด การหดตัวต่ำเมื่อเทียบกับไม้เนื้อแข็งทั่วไป การไสแต่งไม้สักจึงไสบางกว่า ทำให้ขนาด actual size ของไม้สักใหญ่กว่าขนาด actual size ของไม้เนื้อแข็งประเภทอื่นซึ่งมีขนาด nominal size เท่ากัน ทั้งนี้ในการซื้อขายไม้แปรรูปนำเข้าจากต่างประเทศ ควรศึกษาขนาด actual size จากวัฒนธรรมการซื้อขาย/แปรรูป หรือ ข้อกำหนดทางมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศต้นทางเสมอ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก ภาพแสดงไม้แปรรูปก่อนการไสแต่งขนาดและผิว จำเป็นต้องไสผิวเพื่อปรับรูปทรง พื้นผิว และ ขนาดก่อนทำให้ไม้มีขนาดเล็กลง เป็นเหตุผลที่ทำให้ขนาด Nominal size ซึ่งเป็นขนาดเพื่อใช้ในการซื้อขายและ Actual size ซึ่งเป็นขนาดเพื่อการใช้งานจริงไม่เท่ากัน ทั้งนี้ไม่นิยมการใช้ขนาดจริงทั้งก่อนการไสแต่งหรือหลังการไสแต่ในการคำนวณปริมาตรเพื่อการซื้อขายเนื่องจากไม้แต่ละชิ้นอาจมีขนาดไม่เท่ากันเลยทำให้เกิดความยุ่งยากในการซื้อขายและการบริหารจัดการวัสดุ
-
รอยต่อปากไม้แบบเดือยคุด ที่วัดเทพนิมิต ปัตตานี
ร่องรอยซากอาคารเดิมจากการรื้อถอดเพื่อบูรณะศาลาไม้เก่าที่วัดเทพนิมิต อำเภอปานาเระ จังหวัดปัตตานี จากสภาพภายนอกสามารถสันนิษฐานรอยต่อปากไม้ภายในได้ว่าเป็นประเภทเดือยคุดโดยขอบรอยต่อของเดือยคุดทุกด้านจะเรียบเสมอกันทั้งหมดแตกต่างจากเดือยประเภทอื่นๆ และ ไม่พบการใช้ตะปูหรือวัสดุจับยึดอื่นอื่นประกอบจึงทำให้มั่นใจได้ว่าภายในรอยต่อมีเดือยซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งคำว่า “คุด” หมายถึง ซ่อนหรือหลบอยู่ภายในนั่นเอง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
เครื่องมือวัดความชื้นในเนื้อไม้
เครื่องมือวัดความชื้นในเนื้อไม้สำหรับการทำงานไม้แบ่งเป็น 2 ลักษณะโดยสังเขป ดังนี้ โดยเครื่องมือวัดความชื้นแบบผิวสัมผัสอ่านค่าโดยการสัมผัสบริเวณผิวไม้โดยตรง ค่าที่อ่านได้เป็นค่าความชื้นบนผิวไม้ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนโดยสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยอื่นๆ เช่น การตรวจวัดในพื้นที่แห้งจัด, การตรวจวัดในห้องปรับอากาศ, กรณีที่ไม้ถูกทำสารเคลอบผิว เป็นต้น เครื่องมือวัดแบบเข็มเจาะจะตรวจวัดความชื้นภายใต้ผิวของไม้โดยแปรผันตามความลึกของเข็มเจาะนั้นซึ่งจะได้ค่าที่มีความคลาดเคลื่อนต่ำกว่า เข็มที่ลึกจะทำให้สามารถอ่านค่าความชื้นภายในเนื้อไม้ที่มีขนาดหน้าตัดใหญ่ได้แม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้การตรวจวัดควรตรวจวัดทุกด้านของไม้และหลายตำแหน่งในแต่ละด้าน การตรวจวัดความชื้นในเนื้อไม้ควรเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมในการตรวจวัดนั้นไว้ด้วย อาทิ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศและอุณหภูมิบริเวณที่ตรวจวัด หมายเหตุ: การใช้เครื่องมือวัดความชื้นแบบมือถือซึ่งมีราคาและประสิทธิภาพจำกัดนั้นอาจไม่เหมาะสมกับการตรวจวัดค่าความชื้นสำหรับห้องปฏิบัติการหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นซึ่งต้องการความแม่นยำสูง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
วิธีการกองเก็บไม้แบบ Stack
การกองเก็บไม้ที่เหมาะสมจะช่วยให้ลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของวัสดุไม้ตั้งแต่ก่อนนำไปใช้งาน โดยการกองเก็บไม้ที่เหมาะสมนั้นมีแนวทางปฏิบัติโดยสังเขป ดังนี้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก
-
Sewari เทคนิคการป้องกันไม้แตกแบบช่างญี่ปุ่น
การป้องกันไม้แตกจากการเปลี่ยนแปลงทางขนาดในระหว่างการแลกเปลี่ยนความชื้นของไม้เนื่องจากสภาวะอากาศวิธีหนึ่งของช่างญี่ปุ่นเรียกว่า Sewari โดยการผ่านไม้เป็นร่องจากผิวถึงส่วนของไส้ไม้ตลอดแนวความยาวเพื่อ bypass ความชื้นภายในออกให้การเปลี่ยนแปลงความชื้นในแต่ละชั้นวงปีของไม้ไม่แตกต่างกันมากจนทำให้เกิดการปริแตก ร่อง Sewari นี้หลังจากการผ่าจะเป็นร่องที่มีความกว้างของร่องเสมอกันตลอดความลึก จนเมื่อไม้แห้งส่วนของร่องที่ผิวนอกจะขยายตัวกว้างขึ้น ลักษณะของร่องจะเปลี่ยนเป็นร่องรูป V จากการเปลี่ยนแปลงทางขนาด เนื่องจากความชื้นลดลง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก ในการใช้งานอาจใช้ชิ้นไม้หรือวัสดุอื่นอุดร่อง เรียกวิธีการนี้ว่า Umeki ภาพตัวอย่างแสดงการปริแตกตามธรรมชาติของวัสดุไม้ เทคนิค Sewari อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสร้างรอยแตกที่ควบคุมได้เพื่อป้องกันการปริแตกตามธรรมชาติซึ่งควบคุมไม่ได้