Author: admin

  • Washer แหวนรอง Nut สำหรับงานไม้

    การใช้ Bolt และ Nut ในการจับยึดวัสดุไม้จำเป็นต้องใช้ Washer หรือแหวนรองที่เหมาะสม โดยแหวนรองสำหรับงานไม้ควรมีขนาดปีกกว้างเพื่อการกระจายแรงกดจากการขันยึดลงสู่พื้นผิวของไม้ป้องกันการยุบของผิวไม้ และ แหวนรองควรมีความหนาเพื่อป้องกันการแอ่นเสียรูปในขณะขันยึดด้วยเนื่องจากแหวนรองที่มีความหนาน้อยอาจทำให้แอ่นตัวในพื้นที่ใต้ Nut จมลงในเนื้อไม้ ซึ่งการยุบจมและการแอ่นตัวเสียรูปของแหวนรองจะทำให้ประสิทธิภาพของการจับยึดลดลง ในบางกรณีอาจใช้แหวนรองชนิดพิเศษ เช่น แหวนรองชนิดมีสปริงป้องกันการคลายตัวของ Nut ในพื้นที่ซึ่งโครงสร้างไม้อาจเกิดการสั่นสะเทือนหรือขยับตัวทำให้เกิดการคลายตัวของ Nut เป็นต้น ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • พุกค้ำตง

    วิธีการติดตั้งพุกค้ำตงรูปสามเหลี่ยมซึ่งเป็นวิธีการที่ช่างไม้ในประเทศไทยนิยมใช้นั้นควรยึดด้วยตะปูจากด้านเพล่เอียงตรงข้ามมุมฉากของพุกรูปสามเหลี่ยมนั้นเข้าหาตงและคาน ทั้งนี้การจับยึดด้วยตะปูจากด้านข้างของตง ทะลุผ่านตงเข้าหน้าสัมผัสของพุกสามเหลี่ยมในทิศทางขนานเสี้ยนของชิ้นไม้พุกสามเหลี่ยมนั้นทำให้ประสิทธิภาพของการจับยึดลดลง ทั้งนี้การจับยึดด้วยตะปูควรเบี่ยงมุมตามภาพเพื่อให้ตะปูผ่านเข้าถึงตงมากขึ้นและการเบี่ยงมุมช่วยต้านการถอนในทิศทางเดียวได้อีกด้วย นอกจากนั้นตำแหน่งของการตอกตะปูควรเว้นระยะห่างจากขอบไม้ที่เหมาะสม ระยะขอบจากปลายไม้ถึงรูตอกตะปูตามแนวเสี้ยนมีความเสี่ยงต่อการแตกตามแนวเสี้ยนมากกว่าระยะขอบในแนวตั้งฉากเสี้ยน และตำแหน่งของรูตะปูที่ใกล้กันควรเบี่ยงแนวร่องเสี้ยนเดียวกันเพื่อป้องกันการแตกตามแนวเสี้ยน วิธีการตอกตะปูเพื่อลดความเสี่ยงจึงควรเจาะนำด้วยสว่านก่อนการตอกตะปูเพื่อจับยึด ทั้งนี้การใช้สกรูเกลียวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยจับยึดที่มีประสิทธิภาพการจับยึดได้ดีขึ้น การวางพุกรูปสามเหลี่ยมเพื่อค้ำตงควรวางสลับด้านเพื่อป้องกันการล้มเอียงและเพิ่มความมั่นคงของการจับยึดตง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การจับยึดชิ้นไม้ด้วยตะปูตามทางเสี้ยนซึ่งมีแรงต้านการถอนตะปูต่ำ

    การจับยึดชิ้นไม้ด้วยตะปูตามทิศทางขนานเสี้ยนไม่เหมาะกับชิ้นงานซึ่งต้องการการจับยึดที่มั่นคงและการจับยึดถาวรเนื่องจากทิศทางขนานเสี้ยนนั้นมีแรงต้านการถอนตะปูต่ำ ควรพิจารณาการจับยึดในทิศทางตั้งฉากเสี้ยนหรือกรณีที่จำเป็นต้องจับยึดในทิศทางขนานเสี้ยนก็ควรบี่ยงเบนทิศทางของตะปูแต่ละตัวเล็กน้อยในทิศทางแตกต่างกันเพื่อต้านการถอนโดยตรง แผนภาพนี้แสดงตัวอย่างการจับยึดไม้ปิดหัวตงด้วยตะปู โดยทั่วไปใช้การตอกตะปูผ่านไม้ปิดหัวตงเข้ากับหัวไม้ตงโดยตรงซึ่งทำให้อาจเกิดการถอนของตะปูได้ง่ายในกรณีที่ไม้ปิดหัวตงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรงจนเกินแรงต้านการถอนตะปู กรณีนี้แนะนำให้ใช้ชิ้นไม้ยึดประกบหัวตงแล้วยึดไม้ปิดหัวตงผ่านชิ้นไม้ประกบจะทำให้สามารถจับยึดชิ้นไม้ทุกชิ้นในทิศทางตั้งฉากเสี้ยนซึ่งมีความมั่นคงถาวรสูงกว่า วิธีการเดียวกันนี้สามารถใช้สำหรับการจับยึดไม้เชิงชายกับปลายจันทันได้ดีเนื่องจากไม้เชิงชายเป็นองค์ประกอบซึ่งเผชิญสภาวะอากาศรุนแรงตลอดอายุการใช้งานจึงต้องการวิธีการจับยึดที่มั่นคงเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน การจีบยึดด้วยตะปูตามทางเสี้ยนนั้นมีประโยชน์ในการจับยึดชั่วคราวเนื่องจากสามารถถอนการจับยึดออกได้ง่ายและเกิดความเสียหายต่ำ เช่น การจับยึดชิ้นไม้เพื่อวัตถุประสงค์การ Lock หัวไม้ป้ปงอกันการปริแตก เป็นต้น ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • X bridge องค์ประกอบเสริมความมั่นคงระบบตง

    X bridge เป็นวิธีการทำ Bridging เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบตงรับพื้นอีกวิธีหนึ่งซึ่งใช้วัสดุไม้ขนาดหน้าตัดเล็กลงกว่าวิธีการทำ Bridging แบบติดตั้งไม้ไขว้สลับ X bridge ใช้ไม้หน้าตัดเล็กค้ำส่วนบนทางด้านข้างของตงตัวหนึ่งไว้กับส่วนล่างทางด้านข้างของตงตัวถัดไปเพื่อช่วยลดการโก่งตัวทางด้านข้างของตงX bridge พบมากในอาคารไม้เก่ายุคสมัยสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก ภาพประกอบ สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • Bridging เสริมความมั่นคงระบบตงรับพื้น

    Bridging เป็นวิธีการเสริมความมั่นคงระบบตงรับพื้นโดยการใช้แผ่นไม้ความลึกเท่าขนาดความลึกของตงยึดในช่องว่างระหว่างตงโดยการตีสลับเพื่อให้สามารถตอกตะปูผ่านด้านข้างของตงเข้าทางหัวไม้ของชิ้นไม้ที่ใช้ทำ Bridging ได้ โดยวิธีการ Bridging จะช่วยให้ตงมีความมั่นคงขึ้น ลดการโก่งตัวของตงจากแรงเหนือแกนสะเทินที่หน้าตัดตง และ ลดการโก่งตัวและการให้ตัวของระบบตงเนื่องจากความยาวช่วงพาด โดย Bridging สามารถเสริมในตำแหน่งกลางช่วงพาดหรือหลายตำแหน่งก็ได้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การต่อเสาไม้แบบ Half-lapping

    วิธีการต่อเสาไม้ column splicing ซึ่งพบความนิยมมากในงานก่อสร้างอาคารไม้ในประเทศไทยคือ การต่อแบบ Half-lapping หรือ การบากทาบครึ่งความหนาของเสาไม้แล้วจับยึดด้วย Bolt แผนภาพนี้แสดงข้อพิจารณาในการทำงานต่อเสาไม้ด้วยวิธี Half-lapping ดังนี้ การเจาะรูร้อย Bolt ควรพิจารณาระยะการเจาะตามภาพร่วมด้วย ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • ปลวก – ศัตรูทำลายไม้

    ปลวกเป็นศัตรูทำลายไม้ซึ่งทำความเสื่อมสภาพและเสียหายแก่วัสดุและอาคารไม้มากชนิดหนึ่ง ซึ่งปัญหาจากปลวกและศัตรูทำลายไม้ประเภทสิ่งมีชีวิตอื่นๆนั้นเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ดังนี้ การยอมให้วัสดุไม้หรืออาคารไม้นั้นเกิดสภาพที่เอื้อต่อปัจจัยหลักดังกล่าวย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงในการถูกทำลายโดยศัตรูทำลายไม้ประเภทมีชีวิตมากขึ้น การวางแผนหรือออกแบบการป้องกันศัตรูทำลายไม้จึงควรมุ่งไปที่เป้าหมายปัจจัยดังกล่าว หากสามารถตัดหรือทำให้เกิดอุปสรรคที่เอื้ออำนวยให้เกิดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งออกไปได้มากเท่าไรความเสี่ยงก็ลดลงยิ่งขึ้น ผู้เขียนใช้คำว่าลดลงเพราะไม่ได้หมายความว่าการทำลายของศัตรูทำลายไม้จะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นเงื่อนไขที่ควบคุมไม่ได้ร่วมด้วย การใช้สารเคมีด้วยการทาหรืออัดด้วยความดันเพื่อให้สารเคมีซึมเข้าไปในเนื้อไม้ได้ลึกในปริมาณสูงขึ้นเป็นวิธีคิดซึ่งทำให้ “อาหารเป็นพิษ” วิธีคิดเรื่องการป้องกันศัตรูทำลายไม้โดยการทำให้อาหารเป็นพิษนี้ในวิถีพื้นบ้านของไทยก็มีให้พบเห็นจากการถนอมรักษาคุณภาพของวัสดุไผ่โดยการแช่น้ำซึ่งทำให้องค์ประกอบทางเคมีหลักของไม้และไผ่ คือ Cellulose และ Hemicellulose เน่าเกิดสภาวะไม่เอื้ออำนวยต่อการเป็นอาหาร

  • รอยต่อคานไม้บนเสา

    การต่อคานไม้โครงสร้างรับตงและพื้น หรือ คานไม้รับโครงสร้างหลังคาบริเวณเสาโดยใช้ Bolt เป็นวัสดุจับยึด พบการต่อที่แตกต่างกันจำแนกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้A รอยต่อแบบตัดตรง วิธีการนี้ทำให้ระยะขอบจากรู bolt ถึงปลายไม้น้อยอาจทำให้เกิดการปริแตกตามทางเสี้ยนส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจับยึดB รอยต่อแบบทาบเฉียง มุมทาบประมาณ 45 องศา วิธีการนี้ช่วยเพิ่มระยะขอบจากรู bolt ถึงปลายไม้ด้านขนานเสี้ยนมากขึ้น ระยะห่างระยะตั้งฉากเสี้ยนอยู่ในระยะปลอดภัยC รอยต่อแบบทาบเฉียง มุมทาบน้อยกว่า 45 องศา วิธีการนี้คล้าย B แต่ระยะทาบที่มากขึ้นทำให้บ่ารอยต่อวางทับซ้อนกันมากขึ้นช่วยให้รอยต่อมีความเสถียรมากขึ้น ในบางกรณีใช้ Bolt หรือ ตะปู/สกรูเกลียวช่วยจับยึดรอยต่อในด้านความหนาร่วมด้วย หมายเหตุ: การสร้างรอยต่อไม้ควรหลีกเลี่ยงมุมภายในในทิศทางขนานเสี้ยนที่เป็นมุมแหลมเนื่องจากอาจทำให้เกิดการปริแตกตามเสี้ยนได้ง่าย ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • รูเสียบเต้ารับชายคาเรือนไทยซึ่งมีผลต่อรูปทรงและสัดส่วนของเรือน

    เต้า คือ องค์ประกอบเรือนไทยพื้นถิ่นภาคกลางทำหน้าที่รับเชิงกลอนหรือเชิงชายส่วนชายคาของหลังคาโดยเต้าจะเสียบผ่านฝาทะลุเข้าในเสาเรือน โดยทั่วไปเต้าจำแนกเป็น 2 ชนิดตามตำแหน่งที่ติดตั้ง คือ เต้าราย และ เต้ารุม โดยเต้ารายอยู่ในตำแหน่งด้านของเรือนทั้งด้านรี(ยาว)และด้านสกัด(กว้าง) และ เต้ารุมอยู่ในตำแหน่งของมุมเรือนเนื่องจากจะมีเต้าทั้งในระนาบด้านสกัดและด้านรีมา”รุม”อยู่ในตำแหน่งเดียวกันรูปทรงของหลังคาซึ่งแปรผันตามขนาดของเรือนและลักษณะพื้นถิ่นนิยมนั้นเกิดจากการกำหนดความยาวของเต้าและระยะของรูเสียบเต้าจากหัวเสา เรือนที่มีหลังคา”แจ้”หรือความลาดชันของหลังคาน้อยจะมีความยาวของเต้ามากร่วมกับระยะจากรูเสียบเต้าถึงหัวเสาน้อย เป็นต้น ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การใช้ Bolt และ Nut เพื่อการจับยึดไม้

    แผนภาพแสดงแนวทางการเว้นระยะขอบและระยะห่างระหว่างรู Bolt ป้องกันการฉีกแตกตามแนวเสี้ยนเพื่อประสิทธิภาพในการจับยึดที่ดี ทั้งนี้การออกแบบระยะขอบและระยะห่างระหว่างรู Bolt ควรพิจารณาทิศทางของแรงร่วมด้วยตามภาพการใช้ Bolt และ Nut ต้องใช้ร่วมกับ washer (แหวนรอง) เสมอ (ยกเว้น Bolt ประเภทหัวร่มหรือหัวหมวก) โดย washer หรือ แหวนรองควรเป็นแหวนชนิดหนาและปีกกว้าง ซึ่งความหนาของแหวนช่วยไม่ให้แหวนเสียรูปจากการขันแน่นเนื่องจากส่วนใต้ Nut อาจจมลงในเนื้อไม้จากแรงขันแน่นได้ และ ปีกกว้างจะช่วยเพิ่มพื้นที่ของแหวนรองเพื่อการกระจายแรงไม่ให้แหวนจมลงในเนื้อไม้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก