Author: admin

  • งัว และ กงพัด ระบบฐานรากของเรือนไทยพื้นถิ่นภาคกลาง

    Building foundation of traditional Thai house in Central region of Thailand งัวและกงพัด ระบบฐานรากของเรือนไทยพื้นถิ่นภาคกลางซึ่งโดยมากมีสภาพดินอ่อน ระบบงัวและกงพัดใช้ซุงหรือเสาไม้วางเรียงกันเรียกว่า งัว และ พาดขวางด้วยไม้เรียกง่า กงพัด ซึ่งอาจเป็นไม้คีบประกอบข้างเสาตอม่อ หรือ เป็นไม้ชิ้นเดียวเสียบทะลุเสาก็ได้ จำนวนของงัวซึ่งวางเรียงกันแปรผันตามน้ำหนักบรรทุก ในเรือนเดียวกันเสาแต่ละต้นอาจรับน้ำหนักไม่เท่ากันจึงใช้จำนวนงัวเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักลงบนชั้นดิน การเหลาปลายของงัวให้เรียวนั้นก็เพื่อการไถลเสาหรือซุงได้ง่ายบนพื้นดินโคลนหรือทรายซึ่งมีอุปสรรคในการยกงัววางในตำแหน่งที่ต้องการ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก ภาพงัวและกงพัดในระหว่างการขุดสำรวจซากโบราณสถานไม้แห่งหนึ่ง

  • ประตูไม้ อาคารประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ

    Door at sculpture workshop in Silpakorn university Wang Thapra campus Bangkok ประตูอาคารประติมากรรมภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพความน่าสนใจของประตูไม้ชุดนี้คือ ช่องแสงเหนือประตูซึ่งสามารถพลิกเปิดเพื่อระบายลมได้ กลไกการพลิกต้องบากขาวงกบเพื่อค้างบานหลังจากเปิดด้วย สันนิษฐานรูปทรงและวิธีการประกอบ พศ.2566 โดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิกหมายเหตุ: ภาพทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเทคนิควิธีการก่อสร้างเท่านั้นโดยการถอดแบบสันนิษฐานจากภาพถ่ายและการสำรวจทางสายตาในสถานที่จริงซึ่งมีความคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบ ขนาด สัดส่วน และ วิธีการก่อสร้างจริง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวิชาการอื่นๆ

  • ราวกันตกไม้ประกอบ ศาลาดนตรี ภายในวังท่าพระ

    Balustrade at SALADONTRI pavilion in Wang Thapra palace – Silpakorn university Wang Thapra campus Bangkok ราวกันตกไม้ประกอบขึ้นรูป ศาลาดนตรี ภายในวังท่าพระ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพลักษณะการขึ้นรูปขององค์ประกอบไม้ใช้วิธีการประกอบชิ้นส่วนเสาและราวกันตกโดยใช้ไม้คิ้วและบัวเพื่อสร้างรูป มิใช่การเหลาโกลนจากไม้ชิ้นเดียวโดยพิจารณาจากลายเสี้ยนขององค์ประกอบไม้ก่อนการทำสารเคลือบผิว วิธีการขึ้นรูปแบบการใช้ไม้คิ้วบัวนี้พบมากในงานไม้ในสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก สันนิษฐานรูปทรงและวิธีการประกอบ พศ.2566 โดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิกหมายเหตุ: ภาพทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเทคนิควิธีการก่อสร้างเท่านั้นโดยการถอดแบบสันนิษฐานจากภาพถ่ายและการสำรวจทางสายตาในสถานที่จริงซึ่งมีความคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบ ขนาด สัดส่วน และ วิธีการก่อสร้างจริง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวิชาการอื่นๆ

  • การผ่าแผ่นหลังคาแป้นเกล็ดไม้สัก

    การผ่าผ่นหลังคาแป้นเกล็ดไม้สักในอดีตใช้ขวานหรือมีดผ่าโดยใช้ค้อนหรือท่อนไม้ทุบใบให้จมเนื้อแล้วจึงบิดข้อมือทำให้ไม้ฉีกออกตามแนวเสี้ยน การผ่าจะต้องผ่าในแนวรัศมี ลายเสี้ยนบริเวณหน้ากว้างเป็นลายเส้น Straight grain ซึ่งมีความเสถียรทางขนาดและรูปทรงสูงกว่าลายเสี้ยนแบบลายภูเขา Cathedral grain บนด้านหน้ากว้าง การเตรียมแป้นเกล็ดไม้ไม่นิยมใช้การเลื่อยเนื่องจากการผ่าและบิดให้ไม้ฉีกตามแนวเสี้ยนจะทำให้เกิด Texture ร่องเสี้ยนบนพื้นผิวซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเสียรูปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางขนาดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้น ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การต่อเสาไม้โครงสร้างและเสาราวกันตกบนคานเหล็กรูปพรรณในอาคารเก่า

    การต่อเสาไม้โครงสร้างและเสาราวกันตกบนคานเหล็กรูปพรรณในอาคารเก่าโดยใช้การบากเสาเสียบคร่อมตงซึ่งวางทับบนหลังคานหรือบางส่วนของตงพาดอยู่บนคานเหล็กรูปพรรณ ตงทุกตัวจะประกอบยึดกันในลักษณะโครงสร้างแบบ Grid โดยมีพื้นกระดานไม้เป็นองค์ประกอบเสริมช่วยการจับยึดไว้ทำให้เสาตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ทั้งนี้สัดส่วนความสัมพันธ์ของด้านความหนาและความกว้างของตงมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงของการประกอบยึดประคองเสาโดยตงซึ่งมีสัดส่วนของความกว้างต่อความหนามากอาจทำให้เกิดการพลิกหรือบิดโก่งได้ซึ่งจะมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของการติดตั้งเสา ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • ระบบโครงสร้างรับพื้นของเรือนไทยพื้นถิ่นภาคกลาง

    เรือนไทยพื้นถิ่นภาคกลางประเภทเรือนชาวบ้านทั่วไปซึ่งระยะช่วงเสา(ห้อง)หกศอกโดยประมาณนั้นนิยมพาดกระดานพื้นบนหลังรอด(คาน)โดยไม่มีตงระหว่างพื้นไม้และรอด ในบางกรณีอาจมีคานระดับล่างต่ำกว่ารอดเพื่อเสริมความแข็งแรงและ/หรือรับโครงสร้างพื้นในระดับพาไลและชานแดดเนื่องจากรอด(คาน)เสียบทะลุผ่านเสาดังนั้นพื้นกระดานบางส่วนจึงไม่สามารถพาดบนหลังรอดได้โดยตรงเนื่องจากติดเสาจึงเกิดองค์ประกอบที่เรียกว่า “ฝักมะขาม” เป็นชิ้นไม้เกลารูปโค้งตามผิวเสารองอยู่ใต้ระดับพื้นเพื่อรับหัวกระดานไม้ส่วนที่ชนเสาและไม่สามารถวางพาดบนหลังรอดได้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • ลิ่มไม้ยกตงปรับระดับพื้น – เรือนไม้พื้นถิ่น จังหวัดเลย

    ภูมิปัญญาพื้นถิ่นในการปรับระดับพื้นเรือนไม้โดยการใช้ลิ่มสอดสวนทางเทินอยู่หลังรอด(คาน)เนื่องจากเสาเรือนอาจเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากันเนื่องจากการกัดเซาะของน้ำผิวดินหรือเหตุผลอื่นๆ กการใช้ลิ่มสองทางแทงสวนกันสามารถดันยกระดับตงขึ้นหรือดึงออกเพื่อผ่อนให้ระดับตงต่ำลงได้ จนเมื่อความแตกต่างของระดับตงและพื้นแต่ละตำแหน่งเกินความสามารถของการปรับระดับด้วยลิ่มแล้วจึงถึงเวลาที่จะต้องยกเรือนโดยการปรับระดับรอดหรือเสาเรือน ภูมิปัญญาการยื่นปลายรอดและตงในงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นหลายภูมิภาคในประเทศไทยนั้นมีหลายวัตถุประสงค์ อาทิ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • ทางเดินเชื่อมระหว่างตึกพรรณรายกับท้องพระโรงภายในวังท่าพระ – มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ

    Pannarai Mansion in Wang Thapra Palace – flyover walkway connecting to the Audience hall สะพานไม้เชื่อมต่อชั้นบนของตึกพรรณรายกับท้องพระโรงภายในวังท่าพระ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ สันนิษฐานรูปทรงและวิธีการประกอบ พศ.2566 โดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิกหมายเหตุ: ภาพทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเทคนิควิธีการก่อสร้างเท่านั้นโดยการถอดแบบสันนิษฐานจากภาพถ่ายและการสำรวจทางสายตาในสถานที่จริงซึ่งมีความคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบ ขนาด สัดส่วน และ วิธีการก่อสร้างจริง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวิชาการอื่นๆ

  • ประตูทางเข้าตึกพรรณรายภายในวังท่าพระ – มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ

    Pannarai Mansion in Wang Thapra palace, Silpakorn university Wang Thapra campus ประตูทางเข้าตึกพรรณราย ภายในวังท่าพระ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ สันนิษฐานรูปทรงและวิธีการประกอบ พศ.2566 โดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิกหมายเหตุ: ภาพทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเทคนิควิธีการก่อสร้างเท่านั้นโดยการถอดแบบสันนิษฐานจากภาพถ่ายและการสำรวจทางสายตาในสถานที่จริงซึ่งมีความคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบ ขนาด สัดส่วน และ วิธีการก่อสร้างจริง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวิชาการอื่นๆ

  • ประตูทางเข้าวังท่าพระ – มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ

    Wang Thapra palace main gate, Silpakorn university Wang Thapra campus ประตูทางเข้าวังท่าพระ ผลงานทรงออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ กรุงเทพ สันนิษฐานรูปทรงและวิธีการประกอบ พศ.2566 โดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิกหมายเหตุ: ภาพทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาเทคนิควิธีการก่อสร้างเท่านั้นโดยการถอดแบบสันนิษฐานจากภาพถ่ายและการสำรวจทางสายตาในสถานที่จริงซึ่งมีความคลาดเคลื่อนไปจากรูปแบบ ขนาด สัดส่วน และ วิธีการก่อสร้างจริง ไม่สามารถใช้อ้างอิงทางประวัติศาสตร์และวิชาการอื่นๆ