Category: Woodworking technics

  • วิธีการเพลาะไม้บานประตูหน้าต่างด้วยไม้คาดดามหลังรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมคางหมู

    การเพลาะไม้บานประตูหน้าต่างเพื่อขยายขนาดความกว้างของบานมากกว่าข้อจำกัดของแผ่นไม้ หรือ เพื่อการซ่อมบนที่เสียหายโดยการใช้ไม้คาดดามรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมคางหมูเสียบคาดดามหลังไว้เพื่อจับยึดให้มั่นคงและประคองให้ระนาบการเพลาะประกอบไม่แอ่นโค้งเสียรูป โดยการใช้ไม้คาดดามหลังรูปหน้าตัดสี่เหลี่ยมคางหมูที่ใช้อาจเรียบเสมอผิวของบานหรือแผ่นไม้ที่เพลาะประกอบหรือเป็นสันนูนขึ้นก็ได้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • ลูกสลักไม้ขัดยึดรอยต่อ

    ลูกสลักไม้ขัดยึดรอยต่อไม่นิยมใช้เดือยลิ่มทรงเหลี่ยมเนื่องจากการเจาะรูเดือยเสียบลูกสลักรูปเหลี่ยมอาจมีความยุ่งยากกว่าในกรณีการทำงานด้วยเครื่องมือ Hand tools และ มุมเหลี่ยมของเดือยลิ่มรูปเหลี่ยมที่ใหญ่กว่ารูเดือยหรือมุมเหลี่ยมของลิ่มและรูเดือยไม่เหมาะสมพอดีกันก็อาจทำให้มุมของรูเดือยเหลี่ยมปริแตกตามแนวเสี้ยนไม้ได้ การใช้รูเดือยรูปกลมทำงานได้ง่ายกว่าทั้งสว่านมือและสว่านไฟฟ้า ความเสี่ยงในการปริแตกตามแนวเสี้ยนน้อยลง(แต่ยังมีความเสี่ยงในการแตกในกรณีที่เดือยมีขนาดใหญ่และฝืนตอกจนเกินความสามารถของเนื้อไม้) ลูกสลักไม้กลมไในงานไม้สถาปัตยกรรมไม่ใช้ลูกสลักกลึงกลมหรือลูกสลักกลมสำเร็จรูปมีเกลียวรับกาวแบบงานไม้เครื่อวเรือน แต่ใช้การเหลาให้เป็นรูปหลายเหลี่ยม เส้นผ่านศูนย์กลางจากด้านถึงด้านเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเดือยหรือเล็กกว่าเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางจากมุมถึงมุมมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเดือย เมื่อตอกลูกสลัก ส่วนมุมจะเบียดรูเพื่อการจับยึดที่มั่นคง ทั้งนี้รูปทรงของลูกสลักกลมนิยมทำรูปปลายแคบโคนกว้าง เรียกว่า “เดือยลูกประสัก” ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • รอยต่อปากไม้เพื่อการต่อเสาตามความยาว Column splicing

    ภาพเปรียบเทียบรอยต่อปากไม้เพื่อการต่อเสาตามความยาวซึ่งพบในงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในประเทศไทย ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • Tool marks

    ร่องรอยของเครื่องมือซึ่งปรากฏบนแผ่นไม้แปรรูปสามารถอธิบายเครื่องมือที่ใช้เพื่อการแปรรูปไม้ชิ้นนั้นนั้ ในบางกรณีสามารถใช้ในการสันนิษฐานยุคและสกุลช่างในงานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมได้ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • วิธีการประกอบสร้างวงกบประตูหน้าต่างซึ่งพบในงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในประเทศไทย

    แผนภาพเปรียบเทียบวิธีการประกอบสร้างวงกบประตูหน้าต่างซึ่งพบในงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ ความแตกต่างของวิธีการประกอบสร้างแปรผันตามสกุลช่างและลักษณะพื้นถิ่นนิยม ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • รอยต่อมุมขององค์ประกอบไม้ในงานสถาปัตยกรรมไทย

    ตัวอย่างรอยต่อมุมขององค์ประกอบไม้ซึ่งพบมากในงานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในประเทศไทยโดยการเลือกใช้รอยต่อมุมที่แตกต่างกันนี้แปรผันตามพื้นถิ่นนิยม ฐานานุศักดิ์ของอาคาร พฤติกรรมทางโครงสร้าง และ ตำแหน่งขององค์ประกอบอาคาร ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • รอยต่อปากไม้มุมฉาก

    ภาพเปรียบเทียบวิธีการต่อองค์ประกอบไม้บริเวณมุมฉากในงานสถาปัตยกรรมไม้พื้นถิ่นในประเทศไทย แบบหนึ่งเรียกว่า “ปากกบ” พบมากในงานไม้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคกลาง อีกแบบหนึ่งไม่ปรากฏชื่อเรียกเป็นจารีต ลักษณะคล้ายปากกบโดยแปลงส่วนเดือยเสียบเข้าร่องเดือยแบบปากกบเป็นลิ้นเสียบแทรกเข้าร่องโดยส่วนบ่ายังคงรูปแบบเช่นเดียวกัน พบรอยต่อปากไม้แบบที่สองในการสำรวจงานไม้สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ตอนล่าง ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การใช้ชิ้นไม้รูปหางเหยี่ยวรั้งรอยปริแตกของแผ่นไม้

    แผนภาพแสดงการใช้ชิ้นไม้รูปหางเหยี่ยวเพื่อรั้งรอยปริแตกบนแผ่นไม้ไม่ให้เกิดการปริแตกเพิ่มเติม ทั้งนี้ชิ้นไม้รูปหางเหยี่ยวต้องถูกสร้างขึ้นโดยให้แนวเสี้ยนของชิ้นไม้ขนานแกนความยาวของชิ้นไม้ และ ทิศทางการวางชิ้นไม้รูปหางเหยี่ยวต้องให้แกนตามความยาวตั้งฉากขวางรอยปริแตก ณ จุดที่บากฝังชิ้นไม้เสมอ ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก

  • การเปลี่ยนแปลงทางขนาดของไม้เนื่องจากปัจจัยความชื้นในเนื้อวัสดุไม้

    แผนภาพแสดงพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงทางขนาดของวัสดุไม้เมื่อค่าความชื้นในเนื้อไม้ลดลง จะเห็นได้ว่าช่วงแรกเมื่อความชื้นในเนื้อไม้คายออกสู่สภาวะแวดล้อมไม้จะมีน้ำหนักลดลงเนื้องจากปริมาณน้ำที่น้อยลงแต่ในสภาวะนั้นไม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรง น้ำและความชื้นที่คายออกในช่วงแรกที่ค่าความชื้นในเนื้อวัสดุไม้สูงกว่าค่า FSP Fiber Saturation Point ของไม้สายพันธุ์นั้นนั้นเป็นน้ำประเภท Free water ซึ่งอยู่ในช่องว่าระหว่างเซลส์ Cell cavity จนเมื่อคายน้ำและความชื้นออกจนค่าความชื้นในเนื้อวัสดุไม้ถึงจุด FSP หมายความว่าน้ำประเภท Free water ถูกคายออกหมด กระบวนการต่อไปไม้จึงเริ่มคาย/ปลดปล่อยน้ำประเภท Bound water ซึ่งอิ่มตัวอยู่ในเซลส์ออก สภาวะนี้จึงทำให้เซลส์ที่เคยเต่งจากน้ำและความชื้นเหี่ยวลงเริ่มการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรงไปพร้อมกับน้ำหนักที่ลดลงอย่างต่อเนื่องด้วยทั้งนี้หลังค่าความชื้นในเนื้อวัสดุไม้ลดลงต่ำกว่าจุด FSP แล้วกระบวนการคาย/ปลดปล่อยน้ำและความชื้นในเนื้อวัสดุไม้จะดำเนินต่อไปเพื่อปรับสมดุลกับค่าความชื้นสมดุลในสภาวะแวดล้อม จนเมื่อถึงจุดสมดุลแล้วจึงคายหรือดูดความชื้นตามการเปลี่ยนแปลงของค่าความชื้นสมดุลในสภาวะแวดล้อมต่อไป

  • การป้องกันการปริ-แตก-ร้าวที่ปลายไม้

    แผนภาพแสดงตัวอย่างการป้องกันปัญหาการเสื่อมสภาพที่พบบ่อยคือ การปริ-แตก-ร้าวที่ปลายไม้เนื่องจากการแลกเปลี่ยนความชื้นภายในเนื้อวัสดุไม้กับสภาพแวดล้อมในสภาพที่ไม่เหมาะสม ภาพประกอบโดย สันธาน เวียงสิมา สถาปนิก